ค้นหา

Custom Search

thaifly travel

Sunday, June 13, 2010

Glenn Beck

Glenn Beck





Review
"Glenn Beck never fails to amaze. The Overton Window, a rip-roaring read of the first order, is as good a political thriller as you're going to find this year." --#1 NYT bestselling author Nelson DeMille (added by author)"A visionary work of fiction. One of the best thrillers I've read in years."--#1 NYT bestselling author Vince Flynn (added by author)"A novel ripped from today's headlines and destined to be as controversial as it is eye-opening. No matter your politics, this Hitchcockian thriller will have you turning pages well into the night." --NYT bestselling author James Rollins (added by author)"Like the best thriller writers out there, Glenn scares us by showing what can really happen. Get ready to sleep with the lights on. This is the one. You'll never look at history the same way again." --#1 NYT bestselling author Brad Meltzer (added by author)"A novel ripped from today's headlines and destined to be as controversial as it is eye-opening. No matter your politics, this Hitchcockian thriller will have you turning pages well into the night."
—James Rollins, New York Times bestselling author"A visionary work of fiction. One of the best thrillers I've read in years."
—Vince Flynn, New York Times bestselling author"Glenn Beck never fails to amaze. The Overton Window, a rip-roaring read of the first order, is as good a political thriller as you're going to find this year."
—Nelson DeMille, New York Times bestselling author"Glenn Beck has just shattered the fiction barrier. The Overton Window is the perfect all-American thriller."
—Brad Thor, #1 New York Times bestselling author
Product Description
A plan to destroy America, a hundred years in the making, is about to be unleashed . . . can it be stopped?
There is a powerful technique called the Overton Window that can shape our lives, our laws, and our future. It works by manipulating public perception so that ideas previously thought of as radical begin to seem acceptable over time. Move the Window and you change the debate. Change the debate and you change the country.
For Noah Gardner, a twentysomething public relations executive, it's safe to say that political theory is the furthest thing from his mind. Smart, single, handsome, and insulated from the world's problems by the wealth and power of his father, Noah is far more concerned about the future of his social life than the future of his country. But all of that changes when Noah meets Molly Ross, a woman who is consumed by the knowledge that the America we know is about to be lost forever. She and her group of patriots have vowed to remember the past and fight for the future--but Noah, convinced they're just misguided conspiracy-theorists, isn't interested in lending his considerable skills to their cause. And then the world changes. An unprecedented attack on U.S. soil shakes the country to the core and puts into motion a frightening plan, decades in the making, to transform America and demonize all those who stand in the way. Amidst the chaos, many don't know the difference between conspiracy theory and conspiracy fact--or, more important, which side to fight for. But for Noah, the choice is clear: Exposing the plan, and revealing the conspirators behind it, is the only way to save both the woman he loves and the individual freedoms he once took for granted. After five back-to-back #1 New York Times bestsellers, national radio and Fox News television host Glenn Beck has delivered a ripped-from-the-headlines thriller that seamlessly weaves together American history, frightening facts about our present condition, and a heart-stopping plot. The Overton Window will educate, enlighten, and, most important, entertain--with twists and revelations no one will see coming.(edited by author)

Product Details
Hardcover: 336 pages
Publisher: Threshold Editions (June 15, 2010)
Language: English
ISBN-10: 1439184305
ISBN-13: 978-1439184301
Product Dimensions: 9.2 x 6.2 x 1.2 inches



http://astore.amazon.com/httpwonsamuib-20


Wednesday, June 9, 2010

สร้างสมุดเยียมชมด้วยCbox

สร้างสมุดเยี่ยมแบบง่ายๆกับ Cbox
ทำบล๊อกมานานแล้ววันนี้ยังหาคนเยียมบล๊อกไม่ได้เลยพอดีไปเจอบทความในการสนทนาหรือฝากข้อความไว้ในบล๊อกหรือการคุยออนไลน์นะคะ เคยไปคุยใยบอร์ดของน้องจ๊ะ จิตตาภา ก็เลยนึกได้ว่าเราน่าจะทำcbox เพื่อคุยกันบ้างก็เป็นที่มาของบทความนี้คะ

1 . ก่อนอื่นก็ต้องสมัครก่อน >> click here to get your cbox หรือเข้าไปที่หน้าหลักเว็บไซต์ของเค้า http://cbox.ws/

2. กรอกข้อมูลให้ครบทุกช่องแล้วคลิ้ก Create my cbox!



3. จากนั้นก็คลิ้ก Continue อีกที จากนั้นจะเข้าสู่หน้า Admin ด้านซ้ายจะมีหัวข้อให้เลือก

Account = แก้ Password
Skin = สามารถแก้สีได้ที่หัวข้อนี้
Smilies = แก้รูป Emotions ให้เป็นแบบของคุณเอง

4. จากนั้นก็ Copy Quick Link มาได้เลย เช่น http://cbox.ws/?pourboires หรือถ้าหาไม่เจอ ก็ให้เปลี่ยนจาก pourboires เป็นไอดีของคุณเอง นั่นก็คือ Cbox's URL ของคุณแล้วล่ะ


หมายเหตุ : Cbox เค้าให้ HTML โค้ดมาด้วย แต่ไม่สามารถนำโค้ดนั้นไปวางใน Blog ได้ ให้ใช้วิธีสร้าง link ไปที่ cbox แทน

อีกวิธีนึงเอามาจากของ LadyRing

การทำ Chatroom ในสเปซของgmr Dev แล้วนำมาเผยแพร่ต่อใหม่ในเวอร์ชั่นภาษาไทยโดยโกโก้นั้น ดูจะมีปัญหานิดหน่อยถ้านำไปลงบนวินโดว์มีเดีเพลย์เยอร์ผิดตัว วิธีการแก้ง่ายๆ คือนำโค้ดไปลงใน Sandbox แทน ยังไงก็ดี...มันก็ยังใช้ภาษาไทยไม่ได้อยู่นั่นแหละ

เอานี่ไปแทนดีกว่า เค้าเรียกมันว่า Cbox ได้เปรียบห้องแชทแบบเดิมแน่นอน เพราะเจ้านี่ใช้คุยภาษาไทยได้สบายบรื๋อ

Step 1 : เปิดไปที่ http://www.cbox.ws/ เลยจ้า แล้วคลิกแรงๆ ตรงกลางหน้าจอแบบนี้เลย



Step 2 : กรอกรายละเอียดให้ครบเลยจ้า


ชื่อ
รหัสผ่าน
รหัสผ่านอีกครั้ง
อีเมล์
URL ของสเปซ
เลือกสีของห้องสนทนา
ปุ่มสร้าง
กรอกรายละเอียด 1-5 แล้วก็เลือกสี้องสนทนาของเราจากรายการใน 6 เสร็จแล้วก็กดปุ่ม 7 ค่ะ

Step 3 : เรียบร้อยแล้วก็จะได้หน้านี้ ให้กด Continue ค่ะ



Step 4 : รอหน้าใหม่โหลดขึ้นมา ให้เลือกที่ Quick Setup


Step 5: โอ๊ะ...โค้ด เห็นแระค่ะ ก๊อปง่ายๆ ด้วยการกดปุ่ม Copy to Clipboard แบบนี้ไง



Step 6 : จะมีหน้าจเด้งๆ ขึ้นมาอกวิธีการวางโค้ด กด OK ไปเลยค่ะ



Step 7 : วางโค้ดได้ง่ายๆ ใน Sandbox โดยวางโค้ดโดยการกด Crlt+v ลงในช่องหมายเลข 1 แล้วกด Save ที่หมายเลย 2



Cbox ใช้ iframe ค่ะ เท่าที่รู้มี Sandbox กะ Custom HTML ที่เป็น Gadget ที่รองรับ tag นี้
หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่แวะมาทักทายที่บล๊อคนะคะ
เจริญสุขสวัสดีจ้า

Monday, June 7, 2010

ทำบล็อกยังไงให้มีอายุยืนยาวรุ่งเรือง ยิ่งยืนนาน

ทำบล็อกยังไงให้มีอายุยืนยาวรุ่งเรือง ยิ่งยืนนาน
จริงๆมันคงไม่ใช่บทความ ให้อ่านแบบว่าเป็นข้อเตือนใจละกัน เริ่มเลย
1. ไม่ต้องทำบล็อกเป็น 1000 ก็ทำเงินได้ แต่.... เงินที่ได้ไม่ได้มาจากบล็อกทั้งหมด มันมาจากบล็อกที่ได้ทำการคัดสรรค์คีย์เวิดมาอย่างดีเพียงไม่ถึง 100 บล็อกเท่านั้น และ100 บล็อกนั้นฉันทำมันดีกว่าตัวอื่น มันเลยเวิร์กคะ ดังนั้นไม่มีความจำเป็นเลยที่คุณจะทำบล็อกออกมาเป็นหมื่น เป็นแสน แต่คุณไม่ได้ดูแลมันเลย เพราะถ้าทำมากแต่ดูและไม่ได้มันก็ไร้ค่าคะ
2. ทำบล็อกไม่ต้องแปลกใหม่ ไม่ต้องแต่งเติมไอเดียให้อลังการก็ได้การทำบล็อกนั้นมีไอเดียเข้ามามันก็ดีคะ ดีกว่าไม่มี แต่ถ้าหัวตื้อหัวตันคิดอะไรไม่ออก ก็ทำๆไปตามที่คนอื่นเค้าทำคะ ทำยังไงหรือคุณต้องทำบล็อกที่มีเนื้อหาที่คนอื่นอยากอ่าน และรวมรวมเนื้อหาดีๆที่เกี่ยวข้องเข้ามาไว้ด้วยกัน คุณอาจจะใช้สคริป หรือโพสต์มือก็ได้ อันนี้แล้วแต่ความสามารถ
3. บล็อกไม่ต้องอัพเดทบ่อยๆก็ได้ ถ้าเนื้อหามีมากพอ และดีพออ้าว ไหงงั้นอ่ัะ มีแต่เค้าบอกให้อัพเดทบ่อยๆ ใช่คะการอัพเดทบ่อยๆเป็นเรื่องที่ดีกว่าไม่อัพเดท แต่ถ้าหากบทความที่คุณอัพเดทเข้าไปมั่วๆเพราะหมดมุขแล้วหละก็อย่าทำเลยดีกว่าลองนึกถึงหนังสือดีๆซักเล่มนึง หรือนิยายซักเล่ม เค้าไม่เห็นจะต้องอัพเดทข้อมูลกันเป็นรายปีเลย เรื่องสามก๊กเขียนมาหลายร้อยปีมั้ังไม่มีบทใหม่เพิ่มเลยครับ ดังนั้น ถ้าเนื้อหาของคุณมีมากพอและดีพอ เมื่อหมดมุขคุณก็ไม่ต้องอัพเดทก็ได้ ปล่อยให้มันเป็นบล็อกดีๆอย่างนั้นเถอะ
4. ทำน้อยทำมากไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าคุณทำ seo หนักพอรึยังหลายครั้งหลายหน อยากทำบล็อกเป้นร้อยเป็นพัน แต่ขาดความเอาใจใส่ในการโปรโมต ทำออกมาหลายๆบล็อก แต่ละบล็อกหาลิ้งเค้าแค่ไม่กี่ที่ก็หยุดหาละ (คงเพราะเริ่มได้เงินหละสิ) การทำบล็อกคุณต้องหาลิ้งเข้าให้เยอะ ยิ่งเริ่มทำเงินยิ่งต้องหาลิ้งเข้าให้เยอะ และยิ่งไม่มีคนเข้าคุณยิ่งต้องดูแลให้มากกว่า เพราะบล็อกที่ผ่านการเอาใจใส่อย่างดีจะทำเงินให้คุณไปอีกนานแสนนาน แม้จะเป้นเพียงการดูแลช่วงต้นๆก็เถอะ
5. บล็อกที่ตายแล้วไม่ได้ตายจริงเคยมั้ยคะ เวลาที่คุณทำบล็อกไปแล้ว ตอนแรกมีคนเข้าพอสมควรทำเงินให้คุณได้อย่างดี แต่ผ่านไปซัก 2 เดือน ยอดหดหาย คนไม่เข้า ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้กับบล็อกของคุณ อย่าได้กังวลและตกใจ อย่าได้ลบบล็อกทิ้งครับ บล็อกยังไม่ตาย ให้คุณคอยดูแลมันต่อไปเรื่อยๆ ดูแลห่างๆก็ได้ แล้วเอาเวลาส่วนที่เหลือไปทำบล็อกดีๆออกมาคะ ผ่านไปไม่นาน ทราฟฟิกกลับมาแน่นอนคะ แต่...แต่ มันจะไปๆหายๆ กลับมาแล้วก็หายไป ไม่ใช่เรื่องแปลกคะ เป็นแบบนี้ประจำ
6. ซับมิทหนะดีแต่แค่นี้ยังไม่พอเพื่อนๆหลายคนเปิดบล็อกใหม่ก็มานั่งซับมิท อัดเข้าไปจะมีลิ้งจากเว็บ pligg เป็นพันไอพี แบบนี้ไม่เวิร์กเท่าที่ควรคะ การหาลิ้งต้องทำแบบเป็นธรรมชาติที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ แล้วจะทำยังไงหละผมยกตัวอย่างนะคะ ถ้าเราทำบล็อกที่มีคู่แข่งไม่มากนัก เรามีลิ้งจาก 1000 uip ก็คงจะเพียงพอแล้ว ดังนั้นคุณอาจจะหาลิ้ง โดย--1. ซับมิท bookmark--2. คอมเม้นบล็อกคนอื่น--3. ซับมิทไดเรคโทรี่--4. ลายเซ็นต์เว็บบอร์ด--5. profile ใน social network--6. ซับมิทบทความ--7. อะไรก็ได้ที่คิดออกคุณต้องหาลิ้งจากทั้ง 7 ข้อนี้ โดยที่ไม่ให้มีตัวใดที่ทำมากเกินไป เพราะถ้าคุณทำมากเกินไปสิ่งที่คุณทำมันจะกลายเป็นขยะไปทันที ไม่ว่าจะเป็นสายตาคน หรือ google คะ
7. ทำยังไงก็ได้ บล็อกต้องดูดีการดูดีต้องดูดีทั้งในเรื่องการออกแบบ และโครงสร้างเนื้อหา (อย่างหลังสำคัญกว่า) ถ้าคุณจัดการเนื้อหาแบบมั่วๆ พอคนไม่เจอเค้าก็จะไม่ชอบบล็อกของคุณและเค้าจะ... อันนี้ฉันไม่รู้คะ ลองไปคิดเองถ้าคนที่ว่าเป้นเจ้าหน้าที่ของ blogger.com เค้าจะทำยังไง อีกประการสำคัญคือห้ามใช้บทความที่ rewrite จากโปรแกรมที่เขียนออกมาแล้วอ่านไม่รู้เรื่องเด็ดขาด บทความเดิมหนะดีแล้ว ถ้าคุณเอามาจัดองค์ประกอบใหม่ๆมันก็ทำเงินแล้วคะ ไม่จำเป้นต้องเอาสคริปมาแปลมันออกไปให้มั่วๆ scripts หนะใช้ได้ แต่ใช้ให้พอดี
8. คุณต้องทำๆๆๆๆ แล้วก็ทำๆๆๆคุณต้องเริ่มทำแบบจริงจังคะ ทำทั้งแบบใช้ความคิดไปด้วย และทำแบบใช้แรงควายอย่างเดียว คุณต้องทำทั้งสองแบบ
9. เรื่องของคุณที่กล่าวมาทั้งหมดมันเป้นเรื่องของคุณคะจะทำรึเปล่า ฉันไม่เกี่ยว เงินก็เงินคุณ เวลาก็ของคุณ ชีวิตก็ของคุณ เพียงแต่ถ้าคุณเอาความรู้ที่คุณมีอยู่ มาทำต้วยความพยายามมันก็สำเร็จแล้ว แต่ถ้าคุณเอาความรู้ที่มีอยู่ล้นเหลือมาทำ แต่ไม่จริงจังซักที มันก็ไม่มีทางสำเร็จจากทั้ง 9 ข้อ
สรุปออกมาได้ว่า คุณต้องอ่านหาความรู้ แล้วทำให้จริงๆ จังๆ บล็อกที่มีเนื้อหามากพอ (100 ก็มาก แต่ถ้าได้ 1000 นี่ดีมากกว่ากว่า) และดีพอ (มีความสัมพันธ์กัน และอ่านรู้เรื่อง) มาบอกกับ การออกแบบเนื้อหาและหน้าตาที่ดีพอ ผสมกับการทำ seo อย่างทุ่มเท่ แค่ 10 บล็อกก็ทำเงินให้คุณถึงเดือนละหมื่นแน่นอนคะ ช่วงนี้เบลอๆ
ตอนแรกดิฉันกะจะเขียนการเขียนเนื้อหาลงในบล๊อก แต่เขียนไปเขียนมาดันหลงประเด็นซะงั้น ยังไงเดี๋ยวความหน้าจะเขียนเรื่องที่อยากเขียนละกันนะคะ

ตรวจสอบbotได้เข้ามาเก็บข้อมูลในบล๊อกหรือเว็บไซด์เมื่อไร


บทความนี้ขอนำเสนอวิธีการง่าย ๆ ในการตรวจสอบว่า bot ของ Search Engine (SE) ได้เข้ามาเก็บข้อมูลในบล็อกของคุณในครั้งล่าสุดเมื่อใด และในกรณีที่ bot ทิ้งระยะเวลานานเกินไปในการเข้ามาเยี่ยมบล็อกของคุณ ในตอนท้ายของบทความนี้ก็ยังมี trick ในการทำให้ bot เข้ามาเก็บข้อมูลในบล็อกของคุณได้บ่อยขึ้น โดย Search Engine (SE) ที่จะกล่าวถึงในบทความนี้ได้แก่ Google bot, Yahoo bot และ MSN bot นอกจากวิธีการในบทความนี้จะทำให้คุณรู้ว่า bot มาเยี่ยมครั้งล่าสุดเมื่อใดแล้วก็ยังจะช่วยให้คุณทราบว่าควรจะส่งข้อมูลไปยัง Search Engine เมื่อไร(เพราะเราไม่ควรส่งข้อมูลไปแบบมั่ว ๆ ) รวมไปถึงการแก้ปัญหาข้อมูลใหม่ในบล็อกไม่ถูก index ด้วย
คุณสามารถตรวจสอบเวลาครั้งล่าสุดที่ Google bot มาเก็บข้อมูลในบล็อกของคุณได้โดยใช้บริการของ Gbotvisit 11 เข้าไปที่เว็บไซต์ http://www.gbotvisit.com/

กรอก URL ของ blog/เว็บไซต์ของคุณลงไป แล้ว click ปุ่ม Check Google bot last visit



จากนั้นเราจะเห็นรายงานว่า Google bot มาเก็บข้อมูลในบล็อกของคุณครั้งล่าสุดเมื่อใด



ถ้าต้องการนำ counter ติดตั้งบนบล้อกของคุณก็ให้คัดลอกโค้ดของ counter ที่คล้ายกับโค้ดตัวอย่างด้านล่างนี้




นำ counter มาติดตั้งบน Blog 13.1 ใช้วิธีเพิ่ม Gadget ชนิด HTML/จาวาสคริปต์และวางโค้ดที่ได้ในข้อ 1.2 ลงไปและบันทึก



ในกรณีต้องการติด counter เอาไว้ส่วนท้ายของหน้าอาจจะทำได้โดย เข้าไปแก้ไข HTML ค้นหาโค้ด แล้ววางโค้ดของ counter ก่อนหน้าโค้ด
วันนี้ขอนำเสนอเพียงgoogle botก่อนนะคะ ส่วน yahoo bot และmsn bot ขอติดไว้คราวหน้านะคะ
บายคะ





Sunday, June 6, 2010

แสดงสถิติคนเข้าชมblogเว็บไซด์

แสดงสถิติคนเข้าชมblogเว็บไซด์

เมื่อเราเขียนบล็อกเพื่อนๆ ก็คงอยากจะรู้ใช่ไหมคะว่าจะมีใครสนใจบล๊อกฉันไหมหนอ ในแต่ละวันเป็นอย่างไรบ้างเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขบล๊อกของเราให้โดนใจ และเป็นกำลังใจในการเขียนบล็อกต่อไป เราก็ไปสมัครที่http://www.stat counter.com


โดยกรอกข้อมูลให้ครบทุกอย่างแล้วกดnext
หน้าจอก็บอกว่าคุณลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วกดadd statcounter ดังรูปคะ





ต่อไปก็กรอกชื่อเวบไซด์หรือบล๊อกของเราลงไปแล้วกดnext แล้วเลือกรูปแบบ

เมื่อสมัครเรียบร้อยแล้วก็จะมีอีเมล์ตอบกลับมาที่เราพร้อมรูปประกอบ

เราก็สามารถทำตามรูปที่ส่งมาทางอีเมล์เลยง่ายมากขอบอก (เข้าข้างตัวเองหรือปล่าวหว่า)



โดยอธิบายพอให้เข้าใจสำหรับคนที่ยังไม่เข้าใจนะคะ


1เข้าไปที่แผงควบคุม


2เลือกรูปแบบ


3.add gadget

4.เลือกhtml จาวาสคริบ

5.copy โค๊ดมาใส่ในช่อง content

6คลิกsaveก็เรียบร้อยแล้วคะ

หากไม่เข้าใจสอบถามได้นะคะไม่ต้องเกรงใจจ้า